Preloader
 
Home / Blog / ทิศทางอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอย่างไรในอนาคต?

ทิศทางอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอย่างไรในอนาคต?

อสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวดิ่งและแนวราบ ในช่วงต้นปี ถึงเดือนพฤษภาคม 2561 นี้ มีอัตราการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 44% และจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 29% จากปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในหลายระดับราคาราคา โดยเฉพาะอสังหาฯ แนวราบ ซึ่งอัตราการเติมโตในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกันกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ คุณศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ได้กล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่าโครงการสะสมกว่า 4.9 หมื่นล้านบาท เจาะตลาดใน 3 เซ็กเมนต์ระดับราคา 3 – 20 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาโครงการในแนวราบในช่วง ปี 2561 ถึงปี 2565

และคาดว่าปี 2565 จะมีรายได้ทะลุปีละ 1 หมื่นล้านบาท และก้าวสู่ Top 3 ของโครงการบ้านแนวราบรวมทั้งมีกลยุทธ์ในการบุกตลาดซึ่งเน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน ความต้องการที่อยู่อาศัยจริง ตามทำเลที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก และมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาโครงการในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่มีแนวโน้มการเติบโตเนื่องจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนในการการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าว
ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด เริ่มมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา แม้ราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังมีความต้องการของตลาด จึงทำให้ตลาดแนวราบมีโอกาสที่จะเติบโต และขยายออกไปได้
ด้าน รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ แนวราบ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) คุณภมร ประเสริฐสรรค์ กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ทางบริษัทเล็งเห็นว่าความต้องการทางตลาดอสังหา ฯ เพิ่มขึ้นและเติมโตอย่างต่อเนื่อง จึงมีแผนเปิดโครงการแนวราบ 32 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท จากแผนทั้งปี 38 โครงการมูลค่ากว่า 3.9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ยังมีการขยายตลาดจากเดิม ในย่านสุขสวัสดิ์ พระราม 3 ลาดพร้าว พระราม 9 วัชรพล ปิ่นเกล้า ราชพฤกษ์ รัตนาธิเบศร์ รวมทั้งการเปิดฐานลูกค้าใหม่ในทำเลอื่นๆ ซึ่งเน้นพื้นที่ที่มีการคมนาคมสะดวก อยู่ในแนวโครงการรถไฟฟ้า อาทิ ย่ายอ่อนนุช บางนา รังสิต และบริษัทแนวทางในการพัฒนาโครงการในอนาคต จากการสำรวจความต้องการแฝงของผู้บริโภค คือ การออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยร่วมกันของผู้อยู่อาศัยในหลากหลายช่วงอายุ รวมทั้งการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและภายในบ้าน เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัย โดยมุ่งพัฒนาในทำเลที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อ
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีนี้อุปทานใหม่จะเพิ่มขึ้น 20% จากค่าเฉลี่ยปีที่ผ่านๆมาอยู่ที่ 10 % เนื่องจากความต้องการซื้ออสังหาฯแนวราบของผู้บริโภทเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทาวน์โฮม อันเนื่องมาจากราคาอสังหาฯ แนวดิ่งเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ คุณวิลาสิณี เดชอมรธัญ มองว่าว่า ตลาดแนวราบในไตรมาสที่ 3 และ 4 มีทิศทางตามกำลังซื้อ และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวในแต่ละเซ็กเมนต์ที่มีการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคยังเปลี่ยนแปลงไป ผู้ที่มีอายุน้อยเริ่มมีกำลังในการซื้อสังหาฯ เพิ่มมากขึ้นจึงมีการเน้นการพัฒนาโครงการในทำเลที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และยังคำนึงถึงเรื่องการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความสะดวกสบายและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ด้านกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป คุณศิริพงษ์ สมบูรณ์ เผยว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ตลาดอสังหาฯ แนวราบไม่ได้หวือหวา แต่มีสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันกับปีที่แล้ว คาดว่าไตรมาสที่3 และ 4 จะมีการแข่งขันทางการตลาดของผู้ประกอบการสูงมากขึ้น รวมทั้งสถาบันการเงินจะมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นเช่นกัน หากมีการเลือกตั้งของภาครัฐจะสามารถช่วยดึงความมั่นคงให้กับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น
ส่วนการพัฒนาโครงการ บริษัทมีกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับการออกแบบฟังก์ชั่น ควบคู่กับการพัฒนาดิจิทัลโฮม และกรีนอินโนเวชั่น และยังเน้นทำเลที่ใกล้เมือง เพื่อรองรับครอบครัวที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่กว้างขวาง และสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในราคาที่คุ้มค่าและสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว

BY pnhs 0 Read More

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *